คดีพลิก ทิดสึกใหม่แทงสาว สรุปแล้วแค่แอบชอบแต่สาวไม่เล่นด้วย ไม่ใช่แฟนกัน

           จากกรณีที่มีเหตุการณ์ คนถูกแทงเมื่อวันที่ 11 เดือนมีนาคมพ.ศ 2554 ที่ผ่านมาซึ่งจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ตรงโรงเรียนเต็มถนนสีคิ้วด่านขุนทด   โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คนด้วยกันโดยเป็นชาย 1 คนและอีกหนึ่งคน

           ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งได้ถ่ายคลิปและนำมาโพสต์ใน Facebook เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยระบุว่าเป็นการทะเลาะกันของแฟนหนุ่มกับหญิงสาวที่เกิดความหึงหวงกันจึงนัดกันมาเคลียร์และฝ่ายชายได้ใช้อาวุธมีดแทงฝ่ายหญิงได้รับบาดเจ็บสาหัส

   อย่างไรก็ตามหลังจากที่เรื่องราวนี้เผยแพร่ออกไปทางด้านหน้าของฝ่ายหญิงก็ได้ออกมาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากฝ่ายชายเป็นแฟนของฝ่ายหญิงแต่อย่างใดสำหรับฝ่ายชายนั้นเป็นพระที่บวชแล้วมาบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านของฝ่ายหญิงเป็นประจำทุกวันแล้วเกิดชอบพอฝ่ายหญิง

            ซึ่งฝ่ายหญิงเองนั้นก็ปฏิเสธมาโดยตลอดแต่หลังจากนั้นฝ่ายชายนั้นก็พยายามตามตื๊อไม่เลิก และหลังจากที่ฝ่ายชายนั้นสึกออกมาก็เดินทางมาหาฝ่ายหญิงเพื่อที่จะมีการขอความรักจากฝ่ายหญิงอีกครั้งหนึ่ง โดยก่อนหน้านั้นทางญาติของฝ่ายหญิงแจ้งว่าในช่วงที่ชายหนุ่มบวชเป็นพระอยู่นั้นก็มีการมาพูดขอความรักอยู่เป็นประจำ

        และเมื่อฝ่ายหญิงปฏิเสธก็มีการข่มขู่จะทำร้ายร่างกายแต่ฝ่ายหญิงยืนยันว่าไม่ได้ชอบพอแบบเป็นแฟนกันมีความชื่นชมเป็นแค่เพียงพี่ชายเท่านั้นอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องจากว่าฝ่ายชายได้โทรมาหาฝ่ายหญิง

          ซึ่งได้มีการคุยกันแล้วว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆและคบหากันเป็นแถบพี่น้องเพียงเท่านั้นและฝ่ายชายยังไหว้วานให้ฝ่ายหญิงนั้นไปส่งที่สถานีรถไฟที่อำเภอสีคิ้วโดยฝ่ายหญิงได้มีการขี่รถจักรยานยนต์ออกมาเพื่อจะพาฝ่ายชายขึ้นรถไฟไปทำงานที่กรุงเทพฯแต่หลังจากนั้นปรากฏว่าฝ่ายชายนั้นได้แวะลงข้างทางและทำร้ายฝ่ายหญิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้นเอง

          ซึ่งหลังจากที่ญาติๆรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ต่างก็พากันตกใจและเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าฝ่ายชายนั้นจะมีอารมณ์รุนแรงมากถึงขนาดนี้และไม่คิดว่าฝ่ายชายจะหลอกลวงฝ่ายหญิงให้ออกไปทำร้ายสำหรับหญิงสาวที่ถูกทำร้ายในครั้งนี้นั้นเธอเป็นผู้ช่วยแพทย์อายุ 38 ปีในขณะนี้ยังคงอยู่ในห้อง ICU เพราะต้องทำการผ่าตัดตรงบริเวณช่องท้องเนื่องจากว่าฝ่ายชายได้แทงไปทะลุถึงปอดและกระเพาะอาหารซึ่งในขณะนี้ อาการยังน่าเป็นห่วง 

 

 

สนับสนุนโดย.  วิธีเล่นหวยออนไลน์ให้ได้เงิน

กลัวพนักงานเครียด บริษัทญี่ปุ่น อนุญาติให้ลางานไปแฟนมีตติ้งได้

      ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนในวัยทำงานนั้นจะเน้นทำงานหนักซึ่งจะเห็นได้ว่าจะมีข่าวออกมาอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่นเพราะพวกเขาต้องแบกรับความเครียดจากการทำงานนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้ได้มีบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นได้มีการขุดไอเดียทำเป็นนโยบายของทางบริษัทขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะให้พนักงานของตนเองนั้นคลายเครียดจากการทำงานโดยนโยบายที่ทางบริษัทนี้ตั้งขึ้นมานั้นจะมีการอนุญาตให้พนักงานนั้นสามารถลางานได้

             โดยเหตุผลของการลางานนั้นพนักงานสามารถระบุได้ถ้าหากอยากจะลางานเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของเน็ตไอดอลหรืออยากจะไปดูคอนเสิร์ตหรือไปร่วมกิจกรรมแฟนมีตติ้งต่างๆรวมถึงถ้าเกิดเน็ตไอดอลจบการศึกษาอย่างจะไปแสดงความยินดีก็สามารถลางานได้เช่นเดียวกันโดยทางบริษัทนั้นอนุญาตให้พนักงานลางานโดยเหตุผลว่าจะไปร่วมงานของเน็ตไอดอลนี้ได้ไม่เกิน 10 วันต่อปีและในการลางานแต่ละครั้งนั้นสามารถลาได้สูงสุดถึง 3 วันเลยทีเดียว

            สำหรับนโยบายนี้เป็นนโยบายของบริษัทชิเซน ซึรูมิ  โดยบริษัทนี้เป็นบริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับมิวสิควีดีโอและการทำโฆษณาซึ่งบริษัทแห่งนี้มีนายฮิโรโระเป็นประธานบริษัทจากการพูดคุยกับทางร้านนายฮิโรโระนั้นเขาได้เหตุผลของการผุดไอเดียนี้ขึ้นมาว่าเขาได้เห็นการทำงานของพนักงานในบริษัทของเขาซึ่งทำงานค่อนข้างเครียดและเขาห่วงความรู้สึกของพนักงานเพราะงานจะออกมาดีได้สภาพจิตใจของพนักงานนั้นจะต้องจิตใจแจ่มใสร่าเริงอารมณ์ดี

             แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็เห็นว่าพนักงานของเขานั้นค่อนข้างที่จะเศร้าซึมเป็นอย่างมากจึงได้มีการเรียกพนักงานคนนั้นมาสอบถามถึงเหตุผลของการซึมเศร้าในครั้งนั้นแล้วก็ได้รู้ว่าพนักงานของเขาเศร้าเพราะว่าเน็ตไอดอลที่เขาชื่นชอบเป็นอย่างมากกำลังจะประกาศแต่งงานส่วนอีกคนนึงก็ดูเหมือนกับว่าจะเศร้าเสียใจหนักมากและเมื่อสอบถามไปก็ได้ความว่าเน็ตไอดอลของเขานั้นกำลังประกาศลาออกจากวงการ

          ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างที่จะเป็นกังวลเกี่ยวกับพนักงานของเขาเป็นหนักมากว่าถ้ายังทำงานด้วยความเครียดแบบนี้มันอาจจะออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรเขาจึงได้มีการคิดนโยบายนี้ขึ้นมาเพื่อที่ถ้าหากว่าพนักงานของเขานั้นมีเวรเน็ตไอดอลในดวงใจที่พวกเขาอยากไปร่วมกิจกรรมด้วยจะได้สามารถไปร่วมกิจกรรมได้และการลางานในครั้งนี้ทางบริษัทก็จะไม่หักเงินพนักงานถือว่าเป็นการลางานปกตินั่นเองเรียกได้ว่านโยบายนี้ของบริษัท  ชิเซน ซึรูมิ ทำให้หลายคนอยากจะมาร่วมงานด้วยเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.    หวยจับยี่กี

ความเชื่อของคนขับรถสิบล้อที่ส่งต่อกันมา ที่ชาวโซเชี่ยลรู้แล้ว ต่างพากันอึ้ง

             ในสังคมออนไลน์ตอนนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากเมื่อได้มีทนายความมือใหม่คนหนึ่งได้มาโพสต์ข้อความลงในพันทิปโดยข้อความของเธอนั้นถูกลงในวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2564 เนื่องจากเธอระบุว่าเธอได้เป็นทนายความมือใหม่และกำลังว่าความให้คนขับรถบรรทุกซึ่งได้มีการขับรถชนมอเตอร์ไซค์จนผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นั้นถึงแก่ความตาย        

          และสิ่งที่เธอได้ยินมาจากการพูดคุยกับคนขับรถบรรทุกซึ่งเธอนั้นรู้สึกโมโหและผึ้งกับความเชื่อแบบผิดๆของคนขับรถบรรทุกที่มีการส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนโดยคนขับรถบรรทุกบอกกับเธอว่า คนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีเจตนาหรือตั้งใจที่จะชนรถคนอื่นแต่ถ้าหากมีปัญหาเกิดขึ้นและเกิดการชนกันนั้นสิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือพยายามชนให้คนขับรถที่ประสานงากับรถบรรทุกนั้นเสียชีวิตให้ได้

          เพราะวิธีการนี้จะเป็นวิธีการเดียวที่ทำให้คนขับรถบรรทุกนั้นไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายมากนักเพราะเพียงแค่จ่ายเงินค่าทำศพก็สิ้นสุดปัญหาดังกล่าวแล้วแต่ถ้าหากว่าผู้ที่ชนกับรถบรรทุกนั้นยังรอดมีชีวิตอยู่ว่าจะต้องมีการจ่ายค่าทำขวัญไปค่ารักษาพยาบาลต่างๆอีกมากมายจนกว่าอาการจะดีขึ้นและที่สำคัญถ้าหากคนที่ชนกับรถบรรทุกนั้นเกิดพิการก็ยังต้องจ่ายเงินดูแลตลอดชีวิตอีกด้วย

          ซึ่งคนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่มองว่านี่คือปัญหาที่ตามมามากมายดังนั้นคนขับรถบรรทุกจึงมักเลือกหากมีการเกิดอุบัติเหตุแล้วชนก็จะมีการถอยรถมาเหยียบซ้ำเพื่อให้คู่กรณีเสียชีวิตนั่นเอง

           แน่นอนว่าสิ่งที่นายความคนนี้นำมาโพสในพันทิปนั้นเมื่อมีคนได้เข้าไปอ่านต่างก็พากันรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวกับความคิดของคนขับรถบรรทุกที่มีการปลูกฝังกันมาแบบนี้เพราะมันแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและชีวิตของผู้อื่นเลยอย่างไรก็ตามทนายความสาวคนดังกล่าวได้บอกว่าเธอทำคดีความที่เกี่ยวกับรถบรรทุกกำลังชนคนอยู่เช่นเดียวกัน

           และในที่สุดเธอก็พยายามไกล่เกลี่ยคนขับรถบรรทุกให้รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตัวเธอเองนั้นถึงแม้จะเป็นทนายความให้ฝั่งคนขับรถบรรทุกไปเธอก็แอบบอกกับผู้เสียหายถึงวิธีการที่จะเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองด้วยการไปหาข้อมูลจากกล้องวงจรปิดเพื่อเอาผิดคนขับรถบรรทุกให้ได้และเมื่อคนในโลกออนไลน์ได้มาอ่านถึงตอนนี้ต่างก็พากันวิจารณ์เธอว่าสิ่งที่เธอทำนั้นก็ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน

            เพราะเธอคือทนายความฝั่งทางรถบรรทุกเพราะฉะนั้นเธอมีหน้าที่ช่วยเหลือคนขับรถบรรทุกให้ผ่านพ้นคดีความนี้ไปให้ได้ในขณะเดียวกันทนายความที่ดีนั้นไม่ควรนำข้อมูลของลูกความของตนเองไปช่วยเหลือฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายตรงข้ามนั้นจะเป็นฝ่ายถูกตาม

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ซื้อหวยฮานอยวันนี้

ครูเชียงใหม่ทำฉาว ถูกจับคาโรงแรม หลังพาเด็กอายุ 15 ปีเข้าม่านรูด

            เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิช่วยเหลือเด็กและสตรี ประจำจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 13 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2564   โดย ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิระบุว่ามีเด็กนักเรียนหลายคนเข้ามาร้องเรียนให้ทางมูลนิธิช่วยเหลือเนื่องจากว่าถูกคุณครูผู้สอนทำการชักชวนให้เข้าไปร่วมหลับนอนเพื่อทำการแลกกับคะแนนผลการเรียน  ทั้งนี้ได้มีเด็กที่หลงกลคุณครูและเข้าโรงแรมเพื่อรับนอนกับคุณครูชายรายนี้มาแล้วหลายคน 

        หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการขอความร่วมมือจากทางมูลนิธิจึงได้พยายามสืบค้นหา  ข้อมูลจนพบว่ามีคุณครูวัย 39 ปีคนหนึ่งซึ่งเป็นครูที่สอนอยู่โรงเรียนดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่มีพฤติกรรมที่ส่อไปทางหลอกลวงเด็กนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการติดตามเฝ้าสังเกตการณ์จนในที่สุดก็พบว่า คุณครูผู้ชายคนดังกล่าวได้มีการขับรถไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

          หลังจากนั้นก็มีเด็กนักเรียนซึ่งมีอายุไม่น่าจะเกิน 15 ปีขึ้นรถออกไปด้วยกันและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถตามไปก็พบว่าคุณครูชายคนดังกล่าวได้มีการขับรถไปในโรงแรมม่านรูดดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการแสดงตัวและเข้าจับกุมในทันที 

      หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมคุณครูชายคนดังกล่าวเพื่อมาทำการสืบสวนและมีการแจ้งข้อหาคุณครูเกี่ยวกับเรื่องของการทำอนาจารเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี คุณครูชายคนดังกล่าวก็ให้การปฏิเสธโดยคุณครูผู้ชายยืนยันว่าเขาและเด็กผู้หญิงที่ขึ้นรถมาด้วยกันนั้นไม่ได้มีการมานอนด้วยกันเพื่อต้องการได้เกรดแต่อย่างใดแต่เขายืนยันว่าเขาเป็นแฟนหนุ่มของเด็กหญิงคนดังกล่าว

    ซึ่งคุณครูวัย 39 ปียืนยันว่าเขาได้แอบคบหากับเด็กหญิงวัย 15 ปีคนนี้มาเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วแต่เนื่องจากว่าเป็นคุณครูและลูกศิษย์กันและอายุต่างกันมากจึงต้องแอบคบค้ากันและพากันมานอนตามโรงแรมม่านรูดนั่นเองส่วนในเรื่องของการที่ถูกร้องเรียนว่ามักจะบังคับให้เด็กนักเรียนมานอนด้วยเพื่อแลกกับเกรดผลการเรียนนั้นทางคุณครูผู้ชายคนดังกล่าวยืนยันว่าไม่เคยกระทำตามที่ถูกร้องเรียนมาแต่อย่างใด

       เบื้องต้นในขณะนี้ทางร้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปล่อยให้ผู้ต้องหาทำการประกันตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะมีการนัดเด็กผู้หญิงที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาทำการสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่งว่าได้ถูกล่อลวงมาเพื่อมาหลับนอนในการแก้เกรดหรือไม่หรือว่าเป็นแฟนกับอาจารย์หนุ่มจริงซึ่งการนำเด็กหญิงมาสอบสวนในครั้งนี้จะต้องรอความพร้อมกับเด็กและที่สำคัญจะต้องมีการนัดสหวิชาชีพให้มันนั่งฟังคำสอบสวนพร้อมด้วยนั่นเอง     

 

สนับสนุนโดย.    ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

หญิงชราได้เงินบริจาคไปเกือบหกแสนบาทผ่านไปสามเดือนเงินหมด

             ก่อนหน้านี้คนในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของหญิงชราคนหนึ่ง มานั่งตกปลา บริเวณริมคลอง  ซึ่งจากการสอบถามอายุพบว่าหญิงคนดังกล่าวนั้นมีอายุสูงถึง 85 ปีแล้ว  แต่ที่ต้องออกมาตกปลาก็เพราะว่าต้องการที่จะเอาปลาไปขายเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเนื่องจากขณะนี้หญิงชราวัย 85 ปีนั้น  ยังต้องรับผิดชอบดูแลคนในครอบครัวซึ่งเธอต้องเลี้ยงดูน้องสาวของเธออายุ 78 ปี

                ในขณะที่เธอนั้นยังมีลูกชายอายุ 41 ปีแต่ลูกชายของเธอนั้นป่วยไม่สามารถเดินได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงดังนั้นเธอจึงเป็นคนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องของหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกและน้องสาวของเธอนั่นเอง นอกจากนี้แล้วยังต้องหาเงินไปจ่ายค่าเช่าห้องที่เธอกำลังอาศัยอยู่อีกด้วยแต่ด้วยความที่เธอนั้นเป็นหญิงชราภาพมากแล้วไม่สามารถหางานทำที่อื่นๆได้ทําได้เพียงแค่หาสถานที่ตกปลาโดยบางครั้งเธอก็เดินไปตามริมคลองแต่ถ้าเกิดว่าบางครั้งไกลมากจนเกินไปเธอก็ต้องนั่งรถซาเล้งมานั่งตกปลานั่นเองซึ่งบางครั้งเธอมาคนเดียวและบางทีก็มีน้องสาวของเธอมาเป็นเพื่อน

           หลังจากนี้มีการส่งต่อกันผ่านทางโลกออนไลน์ทำให้คนรู้สึกสงสารหญิงชราวัย 85 ปีคนนี้มากเพราะต้องดูแล ทั้งน้องสาวและลูกชายอีกทั้งตัวเธอเองนั้นผู้สูงอายุมากแล้วดังนั้นผู้คนในโลกออนไลน์จึงพากันบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวนี้โดยหลังจากที่มีการบริจาคไปหญิงชราได้ออกมาแจ้งยอดเงินบริจาคนั้นว่าได้เกือบถึงหกแสนบาทเลยทีเดียว 

          อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ 2564   ได้มีผู้ใช้ Facebook รายเดือนได้มีการใช้ภาพหญิงชราคนเดิมอีกครั้งหนึ่งและครั้งนี้เธอก็ยังคงมานั่งตกปลาอยู่ริมคลอง  โดยในการแชร์ข้อมูลในครั้งนี้ผู้ที่ใช้ข้อความระบุว่าผ่านไปเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นเงินช่วยเหลือที่คนในโลกออนไลน์พากันบริจาคช่วยหญิงชราและครอบครัวนั้นตอนนี้หญิงชราได้แจ้งว่าหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

      ส่วนสาเหตุนั้นคุณยายวัย 85 ปีได้มีการแจ้งว่าหลังจากที่มีคนบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก   ลูกสาวของเธอซึ่งอยู่อีกที่นึงดูเรื่องจึงได้มาขอยืมเงินเธอจำนวน หนึ่งแสนเจ็ดหมื่น บาทโดยบอกว่าจะนำเงินดังกล่าวนั้นไปทำการซ่อมแซมบ้านเพื่อที่จะได้รับแม่และน้ารวมถึงพี่ชายไปอยู่อาศัยด้วย 

         หลังจากที่มีการซ่อมแซมบ้านเรียบร้อยแล้วลูกสาวก็มารับหญิงชราและน้องสาวและพี่ชายไปอยู่อาศัยด้วยแต่เมื่อไปถึงนั้นปรากฏว่าลูกสาวของคุณยาย ได้พาคุณยายไปทำบัตร ATM หลังจากนั้นก็ยึดบัตร ATM ของคุณยายเอาไว้และหากคุณยายจะใช้เงินจะต้องมีการขอลูกสาวซึ่งนับตั้งแต่ลูกสาวได้บัตร ATM ไป คุณยายก็ไม่เคยจับเงินได้อีกเลยและหลังจากอยู่กับลูกสาวครบ 3 เดือน

            ลูกสาวก็บอกว่าตอนนี้เงินใน ATM ของคุณยายหมดแล้วและก็ได้มีการมาส่งคุณยายที่ห้องเช่าเหมือนเดิมโดยน้องสาวและลูกชายของคุณยายก็กลับมาอยู่ห้องเช่าเช่นเดียวกันซึ่งหลังจากนั้นคุณยายก็เป็นต้องหาเงินจ่ายค่าเช่าและค่าเลี้ยงดูเหมือนเดิมจึงได้ออกไปตกปลาเหมือนเดิมนี่เอง 

 

สนับสนุนโดย.  รวมเว็บหวยออนไลน์

เฟี้ยวฟ้าว งานเข้าถูกกรรชัย ท้าทายให้โชว์ลอตเตอรี่ก่อนหวยออก 

          กำลังเป็นมหากาพย์เรื่องของการทะเลาะกันผ่านออกสื่อซึ่งเป็นการระหว่างพิธีกรหนุ่ม  กรรชัยกำเนิดพลอยซึ่งถือว่าเป็นพิธีกรฝีปากกล้าคนหนึ่งและอดีตดาราสาว เฟี้ยวฟ้าว  ซึ่งปัจจุบันนี้ เธอหันมาเอาดีด้านการซื้อลอตเตอรี่ และการปฏิบัติธรรม 

           สำหรับใครที่ชื่นชอบการซื้อหวยจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่หวยออก ไม่ว่าจะเป็น Instagram หรือแม้แต่ใน Facebook ของเฟี้ยวฟ้าวจะมีการถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งและคลิปวีดีโอเป็นภาพการถูกลอตเตอรี่จำนวนหลายสิบใบของเฟี้ยวฟ้าวมาให้เห็นเป็นประจำทุกงวด

           โดยเซียฟ้าวจะมีการแจ้งกับเหล่าบรรดาแฟนคลับของตนเองว่าสิ่งที่ทำให้เธอนั้นถูกลอตเตอรี่ทุกงวดและถูกในปริมาณมากนั้นเนื่องจากว่าเธอนับถือพ่อแก่แม่แก่ซึ่งเป็นพญานาค   โดยพ่อแก่แม่แก่ได้ให้เลขเด็ดกับเธอมาและเธอก็ไปซื้อจนถูกรางวัลเธอยังแนะนำบรรดาแฟนคลับของเธอให้หันมานับถือพ่อแก่แม่แก่เพื่อที่จะได้ถูกรางวัลเหมือนกันกับเธออีกด้วย

         อย่างไรก็ตามต้นเหตุของการทะเลาะกันระหว่างเฟี้ยวฟ้าวกับหนุ่มกรรชัยนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีแฟนคลับท่านหนึ่งได้มีการส่งภาพไปให้เฟี้ยวฟ้าวว่าสถานปฏิบัติธรรมที่เฟื่องฟ้ากำลังก่อสร้างอยู่นั้นมีพญานาคปรากฏให้เห็นซึ่งนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์เป็นอย่างมาก

           โดยเชื้อฟ้าวได้นำรูปภาพนั้นมาเผยแพร่ไปใน Instagram และ Facebook ของตนเองซึ่งกลายเป็นข่าวโด่งดังและ กรรชัยกำเนิดพลอยก็ได้มีการพูดถึงรูปภาพดังกล่าวเช่นเดียวกันโดยกรรชัยกำเนิดพลอยบอกว่าภาพที่ทุกคนเห็นเป็นพยานมากนั้นตัวเขาเองเห็นเป็นหัวหมูและนี่คือต้นเหตุของการทะเลาะกันเกิดขึ้น

           เมื่อพี่ชายของเฟี้ยวฟ้าวไม่พอใจและโพสต์ข้อความต่อว่ากรรชัยต้นกันภัยต้องออกมาชี้แจงผ่านสื่อในรายการที่ตนเองเป็นพิธีกร  ซึ่งกรรชัยนั้นได้ให้เหตุผลว่าแต่ละคนนั้นมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกันและแต่ละคนนั้นก็มองภาพๆเดียวกันนั้นเห็นแตกต่างกันออกไป และเหตุการณ์ทะเลาะกัน ระหว่างพี่ชายเฟี้ยวฟ้าว กับกรรชัยนี้เอง  

            ทำให้กรรชัย ท้าทายเฟี้ยวฟ้าว ผ่านออกสื่อว่า หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเฟี้ยวฟ้าวให้เลขแม่นจริงๆ ก็ให้เฟี้ยวฟ้าวโชว์  ลอตเตอรี่ที่เฟี้ยวฟ้าวซื้อมา ลงผ่านสื่อโชเชียลก่อนที่จะมีการประกาศหวยออก และถ้าหากมีการออกรางวัลถูกติดต่อกัน 7 งวดติด หนุ่มกรรชัยจะเดินทางไปไหว้สิ่งศักดิ์ที่ เฟี้ยวฟ้าวนับถือเลย 

       แต่ท้ายที่สุดแล้ว เฟี้ยวฟ้าว ก็ไม่รับคำท้าแต่อย่างใด  ซึ่งมีหลายคนที่ออกมาสนับสนุนให้เฟี้ยวฟ้าวโชว์ลอตเตอรี่เพื่อที่แฟนคลับจะได้มั่นใจว่า เฟี้ยวฟ้าวถูกลอตเตอรี่จริง ไม่ได้แต่เรื่องขึ้นมาเอง

 

สนับสนุนโดย.  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

เพราะบอกให้ลูกค้าลงชื่อนก่อนเข้าร้านเซเว่น พนักงานสาวถูกหนุ่มหัวร้อนหัวหมวกันน็อกตีหน้า

           พนักงานสาวที่ทำงานที่ร้านเซเว่นสาขาหนึ่ง ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี  ถูกลูกค้าหนุ่มทำร้ายดวยการใช้หมวกกันน็อกตีที่ใบหน้า เพียงเพราะพนักงานบอกให้ลูกค้าลงชื่อก่อนเข้าร้าน  นอกจากทำร้ายแล้วลูกค้าหนุ่มยังพูดจาข่มขู่ จนพนักงานต้องไปแจ้งความดำเนินคดี

               เหตุการณ์ ลูกค้าทำร้ายพนักงานเซเว่น นี้มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 13 เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564  โดยมีการแสดงภาพเป็นกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าร้านเซเว่น ซึ่งร้านนี้อยู่บริเวณตลาดกอบกาญจน์นฤมิต  ซี่งตลาดแห่งนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า ตลาดแม่ครู

             สำหรับภาพในกล้องวงจรปิดที่มีแชร์กันอยู่นั้นจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลามาประมาณเช้าตรู่ ซึ่งตามเวลาในกล้องระบุเป็น 06.00 น.  ระหว่างนั้นก็มีลูกค้าเดินเข้ามาภายในร้านเซเว่นตามปกติ แต่มีลูกค้าชายคนหนึ่งใส่เสื้อยือดสีแดง กางเกงขาสั้น  เขากำลังเดินเข้ามาภายในร้านเซเว่นและในตอนนั้นเอง พนักงานของร้านก็บอกให้เขาทำการลงชื่อก่อนเข้าร้าน ซึ่งการลงชื่อนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ลูกค้าลงชื่อทุกครั้งก่อนเข้าไปใช้บริการที่ไหนก็ตามเพื่อที่จะได้ตรวจสอบไทม์ไลน์ได้หากมีการติดเชื้อไวรัสโควิด

        แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมลงชื่อและแสดงอาการไม่พอใจ จึงได้ชี้หน้าและโวยวายด่าทอพนักงานหญิงคนดังกล่าวและที่สำคัญเขาได้เอาหมวกกันน็อกที่ถืออยู่ในมือฟาดไปที่ใบหน้าของพนักงานเซเว่นหญิงคนนั้นด้วย ทำให้พนักงานได้รับบาดเจ็บ  แต่ลุกค้าคนดังกล่าวยังไม่พอใจ กลับชี้หน้าและยัง พูดจาข่มขู่ว่าจะกลับมาทำร้ายพนักงานหญิงคนดังกล่าวภายหลังอีกต่างหาก ทำให้พนักงานเกิดความหวาดกลัว ภายหลังลูกค้าออกนอกร้านเซเว่นไปแล้ว พนักงานหญิงที่ถูกทำร้ายจึงได้นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไปทำการแจ้งความ

          จากเหตุการณ์ที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์นี้ทำให้หลายคนที่ได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดมองว่า การกระทำของชายคนดังกล่าวนั้น ทำเกินกว่าเหตุ เพราะอันที่จริงการลงชื่อก่อนเข้าไปใช้บริการร้านนั้น มีให้ทำทุกที และในขณะนี้เราทุกคนควรจะต้องร่วมมือกันในการลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการติดเชื้อและการแพร่เชื้อโควิด-19 เพราะในตอนนี้คนไทยหลายพันคนมีการติดเชื้อไวรัสแล้ว ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรู้ว่าคนที่ติดเชื้อนั้น เขาเดินทางไปที่ไหนบ้างเพื่อเช็คสถานที่ที่เป็นสถานที่เสี่ยงนั่นเอง  ดังนั้นเราคนไทยทุกคนควรจะให้ความร่วมมือในการลงชื่อทุกครั้งก่อนเข้าไปใช้บริการที่ไหนก็ตาม

  

สนับสนุนโดย    วิธีสมัครหวยออนไลน์

ร้านชาบูร้านดังในจังหวัดขอนแก่นถูกลูกค้าโวย ปรับค่ากินเหลือขีดละ 100 บาท

       ที่จังหวัดขอนแก่นกำลังมีประเด็นร้อนแรงกันอย่างมากในโลกออนไลน์เมื่อมีคนจำนวนหนึ่งได้มีการออกมาโพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัวเกี่ยวกับร้านอาหารดังร้าน 1 แถวกังสดาล 

โดยกลุ่มผู้ใช้ Facebook รายนี้ออกมาพูดถึงร้านอาหารดังกล่าวว่าเป็นร้านชาบูซึ่งปกติพวกเขาไปกินเป็นประจำอยู่แล้วแต่เดี๋ยวนี้ร้านชาบูดังกล่าวพนักงานแสดงกริยาอยากขายต่อหน้าลูกค้ามาก

        ดูใน Facebook ของบุคคลเหล่านี้กล่าวว่าพวกเขาไปกินอาหารที่ร้านชาบูแห่งนี้แต่เมื่อจะจ่ายเงินพนักงานของร้านกับมีการตรวจสอบอาหารที่เหลือซึ่งโดยปกติแล้วจะดูจากจำนวนอาหารที่เหลือที่อยู่บนโต๊ะแต่พนักงานมาชาบูระนี้ใช้วิธีการตรวจสอบเศษอาหารจากในหม้อชาบูยังยังกลับขึ้น

มาใส่ถุงพลาสติกและชั่งกิโลให้ดูด้วยพนักงานร้านเอากิโลมาวางไว้บนโต๊ะอาหารที่ลูกค้านั่งกินแล้วช่างเศษอาหารที่เหลือที่ตักมาจากในหม้อซึ่งบางครั้งเสกหมูและเศษผักที่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพนักงานของร้านก็ยังตัดขึ้นมาเพื่อชั่งกิโลโดยหวังจะคิดเงินจากเศษอาหารเหล่านี้

       แน่นอนว่าลูกค้าหลายคนออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่ไปกินชาบูมาก็ไม่เคยเจอร้านชาบูร้านไหนที่จะแสดงกิริยาอาการแบบนี้ดังนั้นพวกเขาจึงออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวที่พวกเขาได้เจอมาและยังมีการแชร์ให้คนในโลกออนไลน์ได้รู้ว่าหากคิดจะไปกินชาบูที่ร้านดังกล่าวนั้นก็ให้ระมัดระวังให้ดีเพราะถ้าหากกินเหลือคุณจะถูกคิดค่าบริการแพงมากๆและแน่นอนว่าพวกเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาคงจะไม่ไปกินร้านชาบูร้านนี้อีกแล้ว

      อย่างไรก็ตามหลังจากที่ข้อความนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้เจ้าของร้านได้เข้ามาตอบคอมเม้นใน Facebook ของกลุ่มคนที่ออกมาพูดถึงการคิดค่าปรับสำหรับอาหารที่เหลือโดยเจ้าของร้านบอกว่าอันที่จริงแล้วพวกเขาไม่ต้องการที่จะมีการเรียกเก็บค่าปรับแบบนี้เลยแต่ทุกครั้งที่ลูกค้ามากินก็จะมีการกินเหลือแล้วนำอาหารที่เหลือนั้นไปทิ้งไว้ในหม้อซึ่งทำให้ร้านได้รับความเสียหายมากเพราะหลังจากที่นำหม้อไปล้างก็จะเห็นเศษอาหารเป็นจำนวนมากทำให้ทางร้านนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการคุมเข้มในการตรวจสอบการกินอาหารว่ามีการปักมาเยอะเกินแล้วกินหรือไม่

         อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นทางด้านเจ้าของร้านได้ออกมาขอโทษผ่านทาง facebook เป็นที่เรียบร้อยแล้วกับการกระทำของพนักงาน  ที่สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าที่ไปกินชาบูที่ร้านนี้ 

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

ไปทำบุญแต่โดนล้วงกระเป๋าภายในวัด

                เมื่อวันที่ 16 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้ออกมาเตือนภัยให้คนในโลกออนไลน์ได้รับทราบถึงปัญหาสังคมที่มีอยู่ในตอนนี้โดยมีการระบุว่าตัวของเขาและญาติๆนั้นพากันเดินทางไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดศรีสะเกษซึ่งวัดดังกล่าวนั้นชื่อวัดบ้านหางว่าวโดยเขาบอกว่าขณะที่มีการทำบุญกันนั้นมีคนไปทำบุญเป็นจำนวนมากในวันดังกล่าวและมีคนมาทำโรงทานเพื่อแจกน้ำแจกอาหารด้วย

เหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่ญาติของเขาที่ชื่อว่านางจิดาภาได้มีการไปนั่งตรงบริเวณที่มีการแจกของตรงโรงทานซึ่งในขณะนั้นมีพระสงฆ์เดินผ่านมาและขอบิณฑบาตนางจิดาภาจึงได้มีการเปิดกระเป๋าแล้วหยิบเอาเงินเพื่อไปทำบุญกับพระสงฆ์องค์ดังกล่าวหลังจากนั้นนำกระเป๋าตังค์ใส่ในกระเป๋าใบใหญ่อีกทีหนึ่งแต่นางจิดาภาอาจจะมีการลืมปิดกระเป๋าใบใหญ่

และในขณะนั้นได้มีการเดินเข้าไปในคนหมู่มากเพื่อไปทำการรับน้ำแตกซึ่งหลังจากเดินออกมาจากตรงจุดที่มีการแจกน้ำนางสีดาภาได้ยินเสียงคนตะโกนขึ้นมาว่ากระเป๋าตังค์ของเขาหายนางจิรภาจึงได้สำรวจกระเป๋าตังค์ของตนเองก็พบว่ากระเป๋าตังค์ของตนเองก็หายเช่นเดียวกันและเมื่อมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัดพบว่าขณะที่นางจิตราภาเข้าไปเพื่อรับน้ำแตกนั้นปรากฏว่ามีเด็กชายไม่ทราบชื่อได้เข้ามาล้วงเอาเงินในกระเป๋าไป

ซึ่งนอกจากจะได้เงินไปแล้วยังมีเอกสารสำคัญของทางราชการหลายอย่างทั้งของนางจิดาภาเองและของแม่ของนางจิดาภารวมถึงเอกสารของลูกสาวของนางจิดาภาก็อยู่ในกระเป๋าใบเดียวกันนั้นหลังจากเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วจึงได้มีการขอภาพจากทางวัดเพื่อนำภาพดังกล่าวนั้นไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้เอามาแชร์ให้คนในโลกออนไลน์รู้เพื่อที่เวลาใครที่เดินทางไปทำบุญที่วัดหรือไปที่ไหนก็แล้วแต่ที่มีความหนาแน่นอยากจะให้ระมัดระวังกระเป๋าสตางค์ของตนเองเพราะช่วงนี้อย่างที่เรารู้กันดีว่าหลายคนนั้นตกงานและไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันดังนั้นช่วงนี้ทำให้มีโจรขโมยชุกชุมเป็นอย่างมาก

ดังนั้นเจ้าของทรัพย์สินเงินทองต้องดูแลทรัพย์สินของตนเองระวังการถูกล้วงกระเป๋าและไม่ควรใส่ทองออกไปเดินข้างนอกเพราะจะทำให้ถูกกระชากสร้อยหรือถูกโจรปล้นได้นั่นเองสำหรับเรื่องของนางจิดาภานั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวคนร้ายอยู่ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะมีหลายคนและทำเป็นขบวนการเนื่องจากว่าในวันที่นางจิดาภาโดนขโมยกระเป๋าเงินนั้นมีชาวบ้านคนอื่นๆอีกหลายคนที่กระเป๋าเงินหายเช่นเดียวกัน 

 

 

สนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

นักเรียนชั้น ม.3 ถูกให้ออกจากโรงเรียน 3 คนผู้ปกครองร้องสื่อหวังทวงความเป็นธรรม

         ปัญหาเกี่ยวกับเด็กนักเรียนทางโรงเรียนที่มักจะมีความขัดแย้งกันอยู่เป็นประจำนั้นแทบจะมีเรื่องราวให้เห็นเป็นประจำเกือบทุกวันซึ่งปัญหานั้นอาจจะมีทั้งปัญหาเล็กน้อยและปัญหาลุกลามใหญ่โตอย่างล่าสุดที่เป็นปัญหาระหว่างเด็กนักเรียนกับทางโรงเรียน 1 ขนาดเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตอยู่ในขณะนี้นั่นก็คือเมื่อมีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนจำนวน 3 คนออกมาร้องเรียนผ่านสื่อว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโรงเรียนเนื่องจากว่าทางโรงเรียนนั้น

มีการไล่เด็กนักเรียนจำนวน 3 คนออกหรือผู้ปกครองนั้นอยากจะให้มีการตรวจสอบโรงเรียนดังกล่าวซึ่งปัญหาที่พบอยู่ในขณะนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสิงห์บุรีโดยโรงเรียนที่พบปัญหานั้นคือโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์สำหรับต้นเหตุของปัญหานั้นทางด้านผู้ปกครองออกมาร้องเรียนผ่านสื่อว่าเด็กนักเรียน 1 ใน 3 คนนั้นมีน้องอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ซึ่งเด็กป6 งานถูกคุณครูทำโทษด้วยการถูกตีจึงไปฟ้องที่ตนเองว่าคุณครูตีหลังจากนั้นพี่ก็มาต่อว่าคุณครูที่ไปตีน้องของเขาทางด้านคุณครูนั้นจึงไม่พอใจและไปแจ้งกับผู้อำนวยการโรงเรียนหลังจากนั้นก็มีการทำเรื่องไล่ออกโดยให้เหตุผลว่าเด็กทั้ง 3 คนนั้นมีนิสัยนักเลง และจะมาก่อเหตุในโรงเรียนต้องให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทั้ง 3 คนนั้นเกิดความรู้สึกไม่พอใจและไม่สบายใจเพราะว่าลูกตนเองนั้นถูกไล่ออกจากโรงเรียนกลางคันเกรงว่าลูกจะเรียนไม่จบชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3

      และจากปัญหาข้างต้นนี้เองเมื่อมีข่าวออกมาตามสื่อต่างๆก็ทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนของวัดสว่างอารมณ์ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่ทางโรงเรียนต้องไล่เด็กนักเรียนทั้ง 3 คนออกว่าอันที่จริงแล้วสาเหตุนั้นไม่ได้เกิดจากการที่เด็กนักเรียนมาต่อว่าคุณครูเพราะปัญหาคุณครูตีน้องแต่เด็กนักเรียนทั้ง 3 คนนั้น

มักจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทอยู่เป็นประจำซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกโดยเด็กนักเรียนทั้ง 3 คนนั้นประพฤติตัวเกเรมีนิสัยก้าวร้าวเคย แอบปีนเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์จนทำให้เพดานฝ้าบนห้องคอมพิวเตอร์ได้รับความเสียหายคือยกพวกไปทำร้ายคุณครูและยังเคยเอาสีไปเขียนกำแพงโรงเรียน

ซึ่งวีรกรรมแต่ละอย่างนั้นทางด้านโรงเรียนก็มีการทนพฤติกรรมของนักเรียนมาโดยตลอดและมีการแจ้งพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ไปทางผู้ปกครองแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นดังนั้นการทำผิดในครั้งล่าสุดนี้นับได้ว่าเป็นครั้งที่ 3 จึงทำให้ทางโรงเรียนพิจารณาเห็นว่าเด็กนักเรียนทั้ง 3 คนนั้นควรจะต้องได้รับโทษจากทางโรงเรียนจึงได้มีการไล่ออกเพราะก่อนหน้านี้เคยคุยกับผู้ปกครองของเด็กแล้ว

ว่าถ้าหากเด็กนักเรียนทั้งสามคนทำความผิดอีกจะไม่มีการเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยกันอีกแล้วแต่จะให้เด็กนักเรียนทั้ง 3 คนนั้นออกจากโรงเรียนเลยซึ่งผู้ปกครองก็รับทราบและรับปากแล้วเป็นอย่างดีนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1